เว็บบอร์ดสนทนาภาษาปืน

สนทนาภาษาปืน => หลังแนวยิง => ข้อความที่เริ่มโดย: Nat_usp ที่ กันยายน 09, 2008, 05:19:42 PM



หัวข้อ: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: Nat_usp ที่ กันยายน 09, 2008, 05:19:42 PM

7 องค์กรพุทธศาสนาแถลงขอบิณฑบาตรอาวุธและความรุนแรง

วอนทุกฝ่ายตั้งสัมมาทิฐิแทนการใช้กำลัง คืนสันติสุขสู่สังคมไทย

พระมหาว.วชิรเมธีเตือนสติหากไทยสามารถก้าวข้ามความรุนแรงวันนี้ได้จะเป็นต้นแบบ

ฝ่าวิกฤติชาติแห่งแรกในโลกที่ปราศจากการเสียเลือดเนื้อ พร้อมทั้งเตรียมแจกการ์ดขอบิณฑบาตรความรุนแรง
       
       สืบเนื่องจากการบุกเข้ามาบริเวณทำเนียบรัฐบาล และสะพานมัฆวานรังสรรค์เพื่อหวังทำร้าย

และยั่วยุให้เกิดการปะทะพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยของกลุ่ม นปช.ในค่ำคืนวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา

เป็นเหตุให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 43 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เป็นผลให้ในเช้าวันที่ 2 ก.ย.

นายสมัคร สุนทรเวช ประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในเขตกรุงเทพมหานคร และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลจากหลายฝ่ายต่อการกระทำดังกล่าว
       
       ล่าสุด วันนี้(9 ก.ย.) เวลาประมาณ 13.00 น. ที่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก

7 องค์กรพุทธศาสนา นำโดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย พระศรีญาณโสภณ

เจ้าอาวาสวัดพระรามเก้า พระไพศาล วิสาโล ประธานเครือข่ายพุทธิกา และเจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เสถียรธรรมสถาน และองค์การเครือข่าย ประกอบด้วย องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์โลก

ยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย และยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย

ได้แถลงขอบิณฑบาตอาวุธและความรุนแรง

โดยตัวแทนของพระสงฆ์และแม่ชีเห็นว่า มาตรการหนึ่งที่จะช่วยป้องกันมิให้เกิดความรุนแรงขึ้นก็คือ
 
การไม่มีอาวุธหรืออุปกรณ์ที่สามารถเป็นอาวุธไว้ในครอบครอง
แม้ว่าแต่ละฝ่ายจะมีเหตุผลว่าใช้ป้องกันตัวก็ตาม

และหากแต่ละฝ่ายแสดงให้เห็นอย่างเปิดเผยว่าฝ่ายของตนปลอดอาวุธอย่างสิ้นเชิง   

จะช่วยสร้างให้เกิดบรรยากาศแห่งความไว้วางใจได้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ทางออกอย่างสันติ
       
       พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ จึงถือว่ามีต้นทุนทางด้านความสงบ

สันติสูงตั้งแต่อดีต ดูได้จากการที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมสันติภาพโลกถึง 3 ครั้ง ดังนั้น

การใช้ความรุนแรง การใช้กำลังปะทะกัน หรือแม้กระทั่งการปล่อยให้ประชาชนเข่นฆ่ากันเป็นผลให้ต้นทุนที่มีสูญเปล่า

ดังนั้นคนไทยจึงต้องช่วยกันรักษาความสงบเพื่อให้คนทั่วโลกประจักษ์ว่าเมืองไทยก้าวผ่านวิกฤติชาติได้โดยปราศจากความรุนแรง

และไม่เสียเลือดเนื้อ
       
       “หากเราสามารถก้าวข้ามผ่านความรุนแรงไปได้ ไทยจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศต้นแบบ

ที่สามารถผ่านวิกฤติความขัดแย้งไปได้โดยสันติ ปราศจากการเสียเลือดเนื้อ

ฉะนั้นคนไทยทุกฝ่ายต้องร่วมกันสถาปนาชาติเป็นของขวัญที่ดีที่สุดให้ประเทศชาติขณะนี้

เวลานี้ใครที่ครอบครองความคิด คำพูด และการกระทำที่รุนแรงอยู่จึงขอถามว่าพระจะขอบิณฑบาตได้หรือไม่”

ผอ.สถาบันวิมุตตยาลัย กล่าวอีกว่า การขอบิณฑบาตอาวุธและความรุนแรงนี้เป็นเพียงก้าวแรก

ของการเรียกร้องให้เกิดสันติสุขในสังคมเท่านั้น โดยขั้นตอนต่อไปจะทำการแจกบัตรขอบิณฑบาตความรุนแรง

ซึ่งจะเริ่มแจกตั้งแต่พรุ่งนี้(10 ก.ย.) เป็นต้นไป หากประชาชนสนใจให้ขอรับได้ที่ 7 องค์กรที่ร่วมสนับสนุนข้างต้น

สามารถรับได้ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่มีจำกัดจำนวน โดยขั้นที่สามจะจัดพิมพ์เป็นหนังสือขอบิณฑบาต

เนื้อหาในหนังสือจะนำแนวคิดและชี้ทิศทางที่จะนำสู่การก้าวข้ามวิกฤติโดยไม่เสียเลือดเนื้อ
       
       “การให้ความคิดคือ ทางออกที่ดีที่สุด เราไม่เจาะจงว่าจะทำบัตรแจกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ

ไม่ว่าพันธมิตร หรือนปก.ในกาลนี้เราย่อมหมายถึงเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีอำนาจด้วย

ซึ่งขณะนี้ดูเหมือนว่าทหารจะมีอำนาจสูงในการสั่งผลักดันให้เกิดความรุนแรง

หากทหารออกมาแสดงตนว่าไม่มีอาวุธ และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ก็จะดับชนวนได้จุดหนึ่ง


ซึ่งการที่ผบทบ.ออกมาริเริ่มโดยการให้ข่าวในวันที่ประกาศพรก.นั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ดี” พระมหาวุฒิชัย ให้ข้อคิด
       
       ด้านพระไพศาล วิสาโล ให้ข้อเตือนสติว่า ที่ผ่านมาความขัดแย้งทางความคิดนำสู่ความรุนแรงและสูญเสียชีวิตในที่สุด

ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะลุกลามในสังคมไทยเป็นวงกว้าง จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือ การยับยั้งความรุนแรงทางวาจา

อันประกอบด้วยการกล่าวคำเท็จ คำหยาบคาย ยั่วยุ คำด่า ที่จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งโกรธ อันจะนำไปสู่ความเกลียด

และลงเอยด้วยการใช้กำลังในที่สุด
       
       “สังคมไทยยังขาดสัจจานุรัก ต่างฝ่ายต่างคิดตลอดว่าตนเองถูกต้อง

ความคิดของตัวเองถูกโดยคนที่อยู่อีกฝั่งผิดเสมอ เท่านี้ก็จะทำให้เกิดความกลัว ด่ากันไปมา

พอฝ่ายไหนโกรธก่อนก็จะเริ่มใช้กำลัง ที่พระสงฆ์ แม่ชี ออกมาไม่ใช่เสนอทางออกเพราะมีคนเสนอมามากแล้ว

แต่เราออกมาให้วิธีการคือ การปลอดอาวุธ การยับยั้งวาจายั่วยุ ถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นการท้าทายสังคมไทย

และหวังว่าเราจะผ่านไปได้อย่างสันติ” ประธานเครือข่ายพุทธิกา กล่าว

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000106871 (http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000106871)


หมายถึงกรณีระหว่างฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล กับ ฝ่ายพันธ์มิตร เท่านั้นใช่ไหมครับ



หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: อรชุน-รักในหลวง ที่ กันยายน 09, 2008, 06:14:53 PM
อาวุธที่ว่าคืออะไรครับ  ไม่มีอาวุธพวกปืนมีด  หมัดเท้าก็ทำให้คนตายได้ด้ามไม้กวาดกิ่งไม้ก็เอามาทำร้ายกันได้ตัดมือตัดเท้าตัดต้นไม้ทิ้งเลยดีมั้ย  จะได้ไม่เอามาตีกัน  ทหารผลักดันให้เกิดความรุนแรงทหารทำอะไรเหรอครับทหารวางตัวเป็นกลางออกจะสุภาพด้วยซ้ำ  ให้ทหารแสดงว่าไม่มีอาวุธเอาอะไรคิดเนี่ย  >:(   ข่าวจากไหนครับท่าน จขกท.


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: jakrit97 - รักในหลวง - ที่ กันยายน 09, 2008, 09:25:39 PM
ดูข่าวโทรทัศน์ ก็ได้ยินเหมือนกันครับ .... แต่ไม่คิดอะไรมาก .... นักคิดก็ชอบวาดฝันในอากาศ หรือไม่ก็คิดว่าคนอื่นมีความดี ความรู้เสมอกัน .... ;D ;D


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: Srikrabi ที่ กันยายน 09, 2008, 09:30:27 PM
เซ็งครับ ทำไมไม่บิณทบาต ความ.......อะไรก็ได้ครับ ที่ไม่ต้องทำให้ประเทศไทย เจอวิกฤติการณ์ ทางความคิดแบ่งฝักฝ่ายครับ ::004:: ::004::


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: bigbang ที่ กันยายน 10, 2008, 08:19:30 AM
น่าจะบิณฑบาตรัฐบาล ให้เสียสละครับ คือต้นเหตุแห่งทุกข์ครับ


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: naisomchai ที่ กันยายน 10, 2008, 08:55:33 AM
แสดงออกให้ทราบว่ายังมีการเรียกร้องความสงบอยู่ครับ... พระท่านก็ขอบิณฑบาตรเชิงสัญญลักษณ์ เตือนใจไม่ให้ลืมตัวครับ...

ของจริงเป็นไปไม่ได้ เพราะคันธง ไม้กอล์ฟ เสาร่มแม่ค้า แม้แต่เข็มขัดคาดเอว... เมื่ออยู่เฉยๆ ไม่ได้ใช้ทำร้ายใคร ก็ไม่ใช่อาวุธ...

หากห้ามหมด แปลว่าไม่เหลืออะไรเลยครับ... แม้แต่จะเอาเชือกกล้วยมาคาดเอวแทนเข็มขัดก็ไม่ได้อยู่ดี เพราะหากชุลมุนกันเอาเชือกกล้วยรัดคอก็ตายอยู่ดีครับ... ยังไงก็เป็นอาวุธ...


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: คมขวาน รักในหลวง ที่ กันยายน 10, 2008, 10:10:45 AM
       ท่านก็คงทำหน้าที่ของท่านในส่วนที่ท่านสามารถทำได้กระมังครับ


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: Chayanin-We love the king ที่ กันยายน 10, 2008, 10:26:22 AM
ถ้า รัฐบาลเป็นผู้กระทำฝ่ายเดียว โดยพวกเราก้มหน้าก้มตารับกรรมไม่ปริปากบ่น  พระท่านจะออกมาเทศน์มั๊ยขะรับ




หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: ..GlockGlack.. ที่ กันยายน 10, 2008, 12:09:31 PM
เข้าใจไม่ยากหรอกครับ คุณณัฐฯ

ถ้าองค์กรและบุคลากรเหล่านี้ออกมาสนับสนุนให้ใช้อาวุธและความรุนแรงสิครับ ค่อยน่าจะไม่เข้าใจ ;D


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: Srikrabi ที่ กันยายน 13, 2008, 06:04:10 PM
ตอนนี้เข้าใจรึยังครับ :VOV: :VOV: :VOV: :VOV: :VOV:


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: Audy452 ♥ รักในหลวง ที่ กันยายน 13, 2008, 06:28:16 PM
ไม้เสียบลูกชิ้นก็ไม่ปลอดภัยนะครับ


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: Ro@d - รักในหลวง ที่ กันยายน 13, 2008, 07:12:51 PM
       ท่านก็คงทำหน้าที่ของท่านในส่วนที่ท่านสามารถทำได้กระมังครับ

ผมเห็นด้วยกับ คุณคมขวาน . และนี่คือวิถีแห่ง ความสันติทางอุดมคติ
ให้เกิดความรู้สึกสำนึก ไม่เป็นฝ่าย ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาก่อน.

ผมเคารพ ความเห็นของ ๗ องค์กรพุทธศาสนา .  ::014::

แต่จะต้องเคารพในความเป็นจริง.. อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด . และปล่อยให้มันเกิด
และเราจะต้องฉลาดในการปกป้องตนเอง เพื่อรับมือกับมัน
ดุึจ ความเลว ระดับเดียวกับพวกมาร ที่มันกระทำกับเรา.

ตา ต่อตา ฟันต่อฟัน ต้องใช้วิถีของการปกป้องตนเองจากฝ่ายธรรมะ ในความรุนแรงเพื่อระงับความรุนแรงจากฝ่ายมาร

จากอดีตที่ประชาชนที่สู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อ "ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุข" ประชาชนต้องถูกปราบปราม ต้องสูญเสียชีวิต..ไปมากมายนัก

จะต้องรู้จักประเมินสถานการณ์.. ให้ทันการณ์ และพร้อมรับมือ กับพวกมารทางการเมือง . อย่าได้ประเมินฝ่ายมารต่ำ จนเกิดความประมาท.

นาย ๒๓ ที่ต้องการริบอาวุธปืนจากมือคนดีที่เป็นพลเมืองของประเทศนี้
ถึง เวลานี้.. เพื่อนคอปืน เข้าใจ นัยยะนี้ แล้ว หรือยัง ครับ.  ::002::


หัวข้อ: Re: อ่านแล้วแต่ผมไม่เข้าใจ
เริ่มหัวข้อโดย: Srikrabi ที่ กันยายน 15, 2008, 05:47:35 PM
 ::006:: ::006:: ::006:: ::006::