เว็บบอร์ดสนทนาภาษาปืน
สิงหาคม 31, 2025, 06:31:34 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: เว็บบอร์ด อวป. สามารถเข้าได้ทั้งสองทาง คือ www.gunsandgames.com และ www.gunsandgames.net ครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "ประพันธ์ เหตระกูล" สาวยาคูลท์เรียก "พ่อ"  (อ่าน 2031 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เบิ้ม
"ชีวิตคนนั้นแสนสั้น ความดีนั้นจักคงทน"
ชาว อวป.
Hero Member
****

คะแนน 6424
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 50462



« เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 10:41:44 AM »

นับเป็นบุคคลที่ถือเป็นแบบอย่างของคนสู้ชีวิตอีกคนหนึ่งของสังคมไทย

ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองกำลังร้อนระอุ ขณะที่ฝ่ายสัมพันธมิตร ทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายอักษะ (ญี่ปุ่น) ที่หัวลำโพง ตอนอายุ 12 ปี ต้องวิ่งหนีระเบิดถึงสามครั้ง

แต่ด้วยอานิสงส์แห่งสงครามกลับเปิดโอกาสให้ ประพันธ์ เหตระกูล ได้ก้าวออกไปรู้จักกับโลกแห่งวิทยาการโภชนาการ

ไม่เพียงเป็นบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยโกเบ คนแรกของประเทศไทย ที่ได้รับทุนการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่น ยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ยาคูลท์ ประเทศไทย จำกัด

"ช่วงที่ทำตลาดยาคูลท์ใหม่ๆ คนไทยยังไม่รู้จัก "นมเปรี้ยว" พอเอายาคูลท์ไปทดลองแจกให้ดื่ม เมื่อเขาชิมแล้วโกรธใหญ่ เอาขวดขว้างใส่ผม และหาว่าผมเอานมเสียมาให้ดื่ม" ประพันธ์เล่าถึงความลำบากในการต่อสู้เพื่อให้ยาคูลท์เป็นที่รู้จักในเมืองไทย จนถึงวันนี้ยาคูลท์ก่อตั้งมาได้ 40 ปีเแล้ว และสโลแกนที่ว่า "อยากรู้เรื่องยาคูลท์ ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ"

ประพันธ์ เป็นลูกชายคนที่ 2 ในบรรดาพี่น้อง 12 คน ของคุณพ่อแสง และคุณแม่ไซ้กี เหตระกูล แต่งงานกับ ประพินพร เหตระกูล มีลูก 3 คน คนโต กิตติพันธุ์ ทำงานอยู่ น.ส.พ.เดลินิวส์ คนกลาง คือ กนกพร ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ส่วนคนเล็ก กนกพรรณ ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยาคูลท์ ประเทศไทย (จำกัด)

จบชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัน บางรัก และชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ ก่อนจะไปเรียนต่อระดับ ปวช.ที่อัสสัมชัญพาณิชยการ

"ตอนนั้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เพิ่งเลิก ผมมีอายุได้ 15-16 ปี เตรียมตัวจะไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะพี่น้องคนอื่นๆ เรียนที่สหรัฐอเมริกากันหมด เตรียมเอกสารไว้หมดทุกอย่างแล้ว ซื้อตั๋วไว้แล้วด้วย แต่ปรากฏว่า เตี่ยส่งไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ผมได้รู้จัก "ยาคูลท์" เป็นครั้งแรก"

ประพันธ์ สำเร็จการศึกษาเกียรตินิยมอันดับ 1 ทางด้านบริหารธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโกเบ ก่อนจะเดินทางกลับประเทศ เพื่อสานต่อธุรกิจของครอบครัว เป็นบรรณาธิการคนแรกของ น.ส.พ.เดลินิวส์ เมื่อปี พ.ศ.2507
บันทึกการเข้า

"ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน ความเชื่อของเรา ศรัทธาของเรา ก็เป็นของเรา"
เบิ้ม
"ชีวิตคนนั้นแสนสั้น ความดีนั้นจักคงทน"
ชาว อวป.
Hero Member
****

คะแนน 6424
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 50462



« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 10:42:12 AM »

และเป็นเจ้าของบริษัทยาคูลท์ประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2513 หลังจากคำชักชวนของเพื่อนชาวญี่ปุ่น

ตามไปรู้จักเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายคนนี้กัน

ทำไมตกลงใจไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น?

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปช่วงสงคราม เตี่ยของผมมีเพื่อนเป็นทหารยศพันเอกของกองทัพญี่ปุ่น ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในประเทศไทย แต่ปรากฏว่าหลังสงครามทหารญี่ปุ่นคนนี้กลายเป็นอาชญากรสงคราม ถูกคุมขังอยู่ในคุกย่านบางบัวทอง แม้ว่าสมัยนั้นการเดินทางจะเป็นไปอย่างลำบาก ต้องนั่งเรือแล้วเดินต่ออีกเป็นระยะทางไกล แต่เตี่ยผมก็ไปเยี่ยมเขาทุกเดือนตลอด 2-3 ปีที่ติดคุกอยู่ในเมืองไทย
 



หลังจากถูกส่งตัวกลับประเทศญี่ปุ่นไม่นาน ช่วงนั้นผมเรียนจบอัสสัมชัญพาณิชยการพอดี คนญี่ปุ่นเพื่อนเตี่ยผมก็มีจดหมายมาหาเล่าว่า กำลังทำงานเป็นผู้จัดการที่บริษัทเหมืองถ่านหินแห่งหนึ่งในเมืองโอซากา อยากจะตอบแทนบุญคุณเตี่ยจึงชักชวนให้ส่งลูกไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นโดยเขาจะดูแลให้ทั้งหมด เตี่ยจึงถามผมว่า อยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นหรือเปล่า ผมก็บอกไปว่าอยากไป เพราะประทับใจในความมีระเบียบของคนญี่ปุ่น จึงตอบตกลง

ต้องเตรียมเรื่องภาษาด้วย?

ตอนนั้นที่บ้านมีโรงพิมพ์ บังเอิญว่า นายช่างประจำแท่นพิมพ์เป็นคนญี่ปุ่น ผมเลยถือโอกาสขอเรียนภาษาญี่ปุ่นจากเขาอยู่ 6 เดือน และเมื่อไปถึงญี่ปุ่น ตอนนั้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2495 ก็ไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยโอซากา แผนกภาษาต่างประเทศ หลักสูตรภาษาไทย แต่ผมเรียนต่างจากนักศึกษาคนอื่นคือ คนอื่นเรียนเพื่อเอาภาษาไทย แต่ผมเรียนเพื่อเอาภาษาญี่ปุ่น เรียนอยู่ 1 ปี จึงไปสอบเข้าคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยโกเบ

ระหว่างนั้น มีอาจารย์ชาวญี่ปุ่นช่วยขอทุนจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศญี่ปุ่นให้ ผมจึงเป็นนักศึกษาไทยรุ่นแรกที่ได้รับทุนจากญี่ปุ่นก็ว่าได้ มีทั้งหมด 4 คน ผมจำได้คนเดียวคือ คุณตามใจ ขำภโต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ในฐานะของประเทศที่แพ้สงคราม สภาพความเป็นอยู่ไม่น่าจะสะดวกสบาย?

ครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพิ่งยุติ ญี่ปุ่นอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง ประชาชนทุกคนต้องมีบัตรปันส่วนเพื่อรับเครื่องอุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะเป็นข้าว น้ำตาลอาหารทุกอย่างต้องปันส่วนหมด แต่สำหรับผม โชคดีหน่อยหนึ่งที่เป็นนักเรียนต่างชาติก็ได้ปันส่วนพิเศษกว่าชาวญี่ปุ่นหน่อยหนึ่ง

ได้อะไรจากการไปเรียนที่ญี่ปุ่น

สิ่งที่ผมได้จากการศึกษาที่มหาวิทยาลัยโกเบนั้นมีมากมาย นอกจากความรู้จากหลักสูตรที่ศึกษาแล้ว ยังมีความรู้ด้านอื่นด้วย เช่น ความรู้เกี่ยวกับด้านแรงงาน การบริหารบุคคล ระบอบการปกครอง ฯลฯ เพราะมหาวิทยาลัยโกเบเป็นหนึ่งใน 3 แห่งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุด โดยมหาวิทยาลัยโกเบ มีชื่อเสียงในด้านของการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพในแง่ของการออกไปช่วยด้านการพัฒนาประเทศเป็นสำคัญ
บันทึกการเข้า

"ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน ความเชื่อของเรา ศรัทธาของเรา ก็เป็นของเรา"
เบิ้ม
"ชีวิตคนนั้นแสนสั้น ความดีนั้นจักคงทน"
ชาว อวป.
Hero Member
****

คะแนน 6424
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 50462



« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 10:42:52 AM »

รู้จักยาคูลท์ได้อย่างไร?

จากประสบการณ์ของตัวเองเลย ตอนผมเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น ลำไส้ไม่แข็งแรง แม่บ้านที่ดูแลบ้านพักจึงนำยาคูลท์มาให้ดื่ม ก็ดื่มบ้างไม่ดื่มบ้าง แต่รู้สึกว่าสุขภาพของลำไส้ดีขึ้นมาก จึงรู้สึกประทับใจตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

กลับมาก็เลยเปิดบริษัท?

ยังครับ ตอนที่เรียนจบกลับมา ผมทำหน้าที่เป็นคนเดินตลาดของโรงพิมพ์ที่บ้านก่อน แล้วมีเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโกเบ มาชวนลงทุนทำโรงงาน ตอนนี้มีกิจการหลายอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นมาลงทุนในประเทศไทย เช่น โรงงานทำกล่องลูกฟูก ฯลฯ แต่ผมไม่มีทุนมากขนาดนั้น เพราะตอนนั้นครอบครัวของผมเองก็ทำโรงงานผลิตน้ำอัดลมอยู่

หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนคนเดิมก็มาหาอีก คะยั้นคะยอผมบอกว่าบริษัทยาคูลท์ที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังมองหาหุ้นส่วนคนไทย เพื่อมาเปิดตลาดในเมืองไทย ตอนนั้นประมาณ ปี 2513 ตัวผมเองมีความประทับใจในคุณภาพของยาคูลท์อยู่แล้ว จึงไม่รีรอที่จะร่วมลงทุน นอกจากจะช่วยให้คนไทยได้ดื่มยาคูลท์และมีสุขภาพลำไส้ที่ดีขึ้น ยังช่วยให้คนงานมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก

ปีแรกเป็นอย่างไร

ขาดทุนครับ เพราะบริษัทมีพนักงานประมาณ 200 คน แต่ละคนเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ตอนนั้นค่าแรงขั้นต่ำเดือนหนึ่งแค่ 700 บาทเอง ผมลงทุนไปทั้งหมด 15 ล้านบาท ปีแรกขาดทุน 7 ล้าน ปีที่สองขาดทุน 8 ล้าน เท่ากับ 2 ปี เงินทุนผมหมดแล้ว แต่ผมก็ยังไม่ท้อ เพราะคาดการณ์ไว้แล้วว่าธุรกิจเราน่าจะได้ทุนคืนในปีที่ 4

แต่ช่วงนั้นคนไทยยังไม่รู้จัก"นมเปรี้ยว"?

ครับ เราจึงพัฒนารสชาติของยาคูลท์ให้ถูกปากคนไทย เนื่องจากยาคูลท์ที่ผลิตในญี่ปุ่นไม่หวานมาก เพราะญี่ปุ่นไม่สามารถผลิตน้ำตาลเองได้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ บริษัทต่างๆ ของญี่ปุ่นรวมทั้งยาคูลท์จึงซื้อน้ำตาลได้ตามโควต้าที่จำกัดไว้เท่านั้น และคิดว่ารสชาติไม่น่าจะถูกปากคนไทยเท่าใดนัก เราจึงเริ่มทดลองว่าคนไทยชอบรสชาติแบบไหน ทดลองอยู่ 3 เดือน จึงรู้ว่าต้องให้ความหวานขนาดเท่ากับความหวานของน้ำอัดลม และในความเป็นจริงน้ำตาลที่ใส่ลงไปในยาคูลท์ ไม่ใช่ว่าจะใส่เพื่อความหวานอย่างเดียว แต่ใส่เพื่อเป็นอาหารของจุลินทรีย์

ตอนเริ่มทำการตลาดใหม่ๆ ผมเองลงพื้นที่ไปแนะนำยาคูลท์แก่ลูกค้าด้วย ซึ่งเป็นเรื่องยากพอสมควรเพราะคนไทยสมัยนั้นยังไม่รู้จัก "นมเปรี้ยว" พอเอายาคูลท์ไปแจกให้ลองชิม เขาโกรธมาก เอาขวดขว้างใส่ผม หาว่าผมเอานมเสียมาให้กิน แต่ผมก็พยายามอดทน และอธิบายให้เข้าใจคุณภาพของสินค้า กว่าคนไทยจะเข้าใจใช้เวลาถึง 4 ปี

เป็นที่มาของสาวยาคูลท์?

ครับ ผมทำประชาสัมพันธ์โดยให้คนซื้อขวดต่อขวด ส่งสาวยาคูลท์ 200 คน ไปเดินแจกจนยาคูลท์เป็นที่รู้จักของคนไทย

แต่จุดที่พลิกผันจริงๆ คือเมื่อปี 2515 เกิดอหิวาตกโรคระบาดอย่างรุนแรงแถวปากน้ำ จ.สมุทรปราการ มีคนติดเชื้อจำนวนมาก ผมก็ปรึกษากับหุ้นส่วนชาวญี่ปุ่น เขาจึงติดต่อไปทางสำนักงานที่ประเทศญี่ปุ่นให้ส่งผู้เชี่ยวชาญมายังประเทศไทย มาอธิบายให้นักวิชาการในประเทศไทยถึงสรรพคุณที่บอกว่า ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคอหิวาต์ บิด ไข้รากสาดหรือไข้ไทฟอยด์ ได้อย่างชะงัก

พอมาถึงก็เข้าพบนายแพทย์ใหญ่ประจำจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพูดคุยและอธิบายสรรพคุณ นายแพทย์ใหญ่ก็มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่พาคณะของผมไปที่โรงพยาบาลปากน้ำ เพื่อเยียวยาอาการผู้ป่วย ซึ่งตอนนั้นมีที่อาการหนักอยู่ 3 คน ผมจำได้แม่นเลย ผู้ชาย 2 คนที่มีร่างกายแข็งแรง และมีคุณป้า 1 คนแก่มาก เคี้ยวหมากด้วย ทั้งสามคนมีอาการถ่ายไม่หยุด

เรามีการถามความสมัครใจกับคนไข้ก่อน ปรากฏว่า ผู้ชาย 2 คนตอบตกลง ส่วนคุณป้าไม่ยอมดื่ม ผมก็บอกทางผู้อำนวยการว่า ถ้าผู้ป่วยจะใช้ยาคูลท์แทนยาจะต้องหยุดดื่มยาทั้งหมด และต้องดื่มยาคูลท์ต่างน้ำ เพราะอาการของอหิวาต์ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ปรากฏว่าสามชั่วโมงให้หลังคนไข้ทั้งสองคนที่ดื่มยาคูลท์หยุดถ่าย ผู้ป่วยที่เป็นผู้หญิงที่ไม่ดื่มตั้งแต่แรกพอเห็นคนไข้สองคนกินแล้วหายก็มาขอไปดื่มบ้าง ผมก็เลยเอายาคูลท์ที่นำไปด้วยประมาณ 200 ขวดให้พยาบาลไว้ หลังจากนั้น ผมก็นำยาคูลท์ไปให้กับทางโรงพยาบาลแจกไป 6 แสนขวด

ตอนนั้นเรียกว่ามั่นใจในสินค้ามาก?

ก็มั่นใจตั้งแต่ดื่มเองจนสุขภาพลำไส้แข็งแรงขึ้นแล้ว อย่างลูกสาวคนเล็ก (กนกพรรณ เหตระกูล) ผมให้ดื่มตั้งแต่อายุได้ 5 วัน เป็นสูตรที่ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นการันตีแล้วว่าปลอดภัยต่อเด็ก ทุกวันนี้ทั้งเธอและผมก็ยังดื่มยาคูลท์ทุกวัน ไม่ใช่ฟรีนะ เสียเงินซื้อทุกขวด (หัวเราะ)

สโลแกน "อยากรู้เรื่องยาคูลท์ ถามสาวยาคูลท์สิคะ" ใครเป็นคนคิด

ผมเป็นคนคิดเอง เพราะผมมั่นใจในคุณภาพของยาคูลท์ พนักงานของเราต้องผ่านการอบรมก่อนจะเข้าเป็นพนักงานทุกคน และจะต้องรู้ว่าจุลินทรีย์ในยาคูลท์มีประโยชน์อย่างไร ต้องอบรมนาน 1 เดือน ต้องผ่านการพูดหน้าชั้น สอบข้อเขียนด้วย หากไม่รู้ว่าในขวดมีอะไรก็เท่ากับว่าไม่ผ่าน

ความรู้สึกเมื่อทราบว่ามหาวิทยาลัยโกเบประกาศว่าเป็นศิษย์ต่างประเทศคนแรกของมหาวิทยาลัยโกเบ

(นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เปี่ยมไปด้วยความตื้นตันว่า) ดีใจครับ

บั้นปลายชีวิตวางแผนไว้อย่างไรบ้าง

ตอนนี้ผมมีพนักงานทั้งสิ้นประมาณ 4,500 คน โดยเฉลี่ยแล้วพนักงานของเราประมาณ 70% ครอบครัวแตกแยก สามีทิ้ง สามีตาย สามีไม่สมบูรณ์ รายได้ของครอบครัวไม่ดี สิ่งที่ผมภูมิใจและดีใจกับพวกเขาคือ กิจการของผมสามารถทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นมีงานทำ สามารถส่งเสียลูกๆ ให้เรียนจนจบปริญญาได้

พนักงานเหล่านี้แม้จะเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ผมถือว่าเขาเป็นกำลังสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศเราเลยทีเดียว


 

 

***ที่มา : หน้า 17 ,มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2553


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1295760383&grpid=01&catid=&subcatid=
บันทึกการเข้า

"ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน ความเชื่อของเรา ศรัทธาของเรา ก็เป็นของเรา"
submachine -รักในหลวง-
คนกินเหล้า อย่าให้เหล้ากินคน
ชาว อวป.
Hero Member
****

คะแนน 6127
ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 55373


Let us go..!


« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 11:02:49 AM »

สาวยาคูลท์ เห็นปั่นจักรยานขายนม อย่าเห้นเป็นเป็นเล่นไป บางคนขายจนมีรายได้เกือบครึ่งแสนต่อเดือน
บันทึกการเข้า

อย่าเห็นเป็น ความดี เล็กน้อย แล้วไม่กระทำ
อย่าเห็นเป็น ความชั่ว เล็กน้อย แล้วจึงกระทำ

Thanut Wansuk

ray
Full Member
***

คะแนน 3
ออฟไลน์

กระทู้: 116


« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 11:16:17 AM »


     ผมอยากรู้จัก นางแบบในโฆษณา ป่านนี้ไม่รู้อายุเท่าไหร่แล้ว...

 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2011, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.108 วินาที กับ 22 คำสั่ง