นายสมชายทิ้ง Esso ครับ... มันหลุด...
ที่จริงมันเหลือแนว 6.85 ให้รับได้อีก, แต่ถ้าตัวอื่นมันลงแรงอย่างนี้ ขายดีกว่าถือ เพราะสามารถซื้อตัวอื่นข้างล่างได้... ดีกว่ามีหุ้น"ติดมือ"ช่วงตลาดขาลงครับ...
ตามข้างบน... นายสมชายล้างพอร์ตไปแล้วครับ...
ยังเฝ้ากระดานหุ้นอยู่ แต่ไม่ได้นั่งเฝ้าแบบจ้องซื้อจ้องขายครับ, เวลาหุ้นกำลังลงต้องปล่อยให้มันลงไป อย่าไปยุ่งกับมันครับ... เวลาหุ้นขึ้นเราค่อยเข้าไปช่วยเจ้ามือ+เจ้าของกิจการดันราคาหุ้น, ช่วยด้วยการประหยัดเงินเวลาดันของครับ... ฮา...
สำหรับเรื่องนักวิเคราะห์ตามโบรกเกอร์ทั้งหลายนั้นส่วนใหญ่รู้ไม่จริง, พวกที่รู้จริงก็"บอกนักลงทุนไม่หมด"... เอาง่ายๆคือพวกนี้มัก"เฉลยทีหลัง"ว่าหุ้นขึ้นเพราะอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งยังไงมันก็ถูก เพราะเหมือนเจ้าแม่(จอมปลอม)ใบ้หวย จ.จ. เป็นได้ทั้งจู๋นจู๋น หรือเจ็ดเจ็ด ก็ได้...
สำหรับคนที่รู้ว่าเมื่อไหร่หุ้นขึ้น เมื่อไหร่หุ้นลง แต่ทำไมยังขาดทุนนั้นเป็นเรื่องของ"ความมีวินัย"กับเรื่องการติด"กับดัก"กับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง... ตรงนี้มีคนติดแยะ เหมือนคนรู้จักเล่นกับเกมส์แห่งอำนาจจนได้ขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่เผลอเสพติดอำนาจ(ที่ตัวเองเล่นเอง)จนหล่นลงสู่ที่ต่ำ(เช่นนักการเมือง หรือหัวหน้าส่วนราชการ, รัฐวิสาหกิจฯลฯ ที่ขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้)...
พวกที่เล่นหุ้นแล้วเป็นรายใหญ่ เช่นเป็นผู้บริหารบริษัทโบรกเกอร์ แต่พลาดท่าจนตัวเองล้มนั้น... ส่วนใหญ่มักเกิดจากการติด"กับดัก"ที่ว่านี่แหละ(ซึ่งเป็นข้อห้ามสำคัญ), คือการเอาตนเองไปผูกติดกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งหรือหลายตัว, แล้วเวลาหุ้นมันลง เลยเจ็บหนัก ลอยตัวหนีไม่ออก...
ที่เจอในตำราคือผู้บริหารของโบรกเกอร์จะได้รับการร้องขอ(หรือจ้าง)โดยเจ้าของกิจการให้เป็นผู้"ทำราคาหุ้น"ให้แก่บริษัทตนเอง... ปัญหาเกิดเพราะตัวเองต้องมาเป็น"เจ้ามือ"จึงแปลว่าไม่สามารถใช้เทคนิคกราฟเล่นหุ้นได้อย่างอิสระ, คือพวกเทคนิคจะต้องเป็นเหมือน"ทุ่นลอยปริ่มผิวน้ำ"น้ำขึ้นก็ขึ้นตาม น้ำลงก็ลงตาม แต่เมื่อ"น้ำกระเพื่อมเป็นคลื่นก็กินกำไร"...
พอมาเป็น"เจ้ามือ"ปุ๊บ มันจะไม่มีอิสระแล้วครับ อยากทิ้งหุ้นแล้วปล่อยให้มันลงต่ำจนกลับตัวขึ้นก็ทำไม่ได้ เพราะต้องรับผิดชอบตัวเลขเรโชกับ CFO ของบริษัทฯ... คือบริษัทฯ จะได้ประโยชน์จากราคาหุ้นสูง สินทรัพย์มีราคา+ตัวหุ้นเองคือสินทรัพย์หมุนเวียน ทำให้ Financial Ratio สวย...
เลยเป็นที่มาของการปั่นหุ้นตัวเล็กๆ แล้วปั่นหุ้นนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะต้องใช้เงินมาก+ใช้ฝีมือเทคนิค+ปล่อยข่าวช่วย... หากฝีมือไม่ดี ประกอบกับสถานการณ์โดยรวมไม่ดี เลยขาดทุน, เจ็บทั้งตัวเองและกิจการที่ตัวเองรับผิดชอบฯ...
ดังนั้นคนเล่นหุ้นด้วยกราฟจึงต้องท่องเอาไว้ในใจว่า"ตามน้ำ"ครับ, เพราะรายใหญ่มีปัญหาเรื่อง"เงินแยะไป" จะเข้าจะออกหุ้นตัวไหนมันทิ้งร่องรอยเอาไว้หมด... รายย่อยได้เปรียบกว่า เพราะเข้าตัวโน้นออกตัวนี้ไปได้ทั่วตลาดครับ(หากไม่ติดกับดักเสียเอง)...