ทันใดนั้นเด็กหัวจุก คาดว่ายังไม่ถึงริมน้ำเลย เสียน้ำกระจาย และมีเสียง โฮกๆ ได้ยินเสียงเด็กกรีดร้อง แงเดียว ก็เงียบไป พวกเราวิ่งไปคว้าไรเฟิลในรถ พร้อมกับชาวบ้าน
วิ่งมาสมทบ เสียแม่เด็กร้องไห้จะวิ่งถลาตามไป แต่ท่านพรานชำนาญคว้าเอวไว้ คนที่ไปถึงริมน้ำคนแรกเป็นพ่อผมครับ พร้อมดับเบิ้ลไรเฟิลคู่ใจ แต่สิ่งที่เห็นมีแค่รอยเสือ
และกระจุกเส้นผม แต่ที่แทบผงะก็คือ เลือดสดๆแดงฉานริมตลิ่งฝั่งตรงข้าม เปรอะแง่หิน ก้อนกรวด และมีรอยตีน พยัคฒ์คาบไปซ๊ะแล้ว ไม่ทันที่ชุมไพรจะช่วยชีวิตเด็ก
และตอนนั้นเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว หมดหนทางที่จะตาม เราก็ไปปลอบแม่เด็กหัวจุกคนนั้น และสันนิฐานว่ามันได้มาซุ่มรอเหยื่อที่ริมห้วยฝั่งตรงข้าม รอจังหวะที่คนลงมาใช้น้ำน้อยที่สุด
คือเด็กจุกคนเดียว เช้ามาหลังกลับมาจากส่องไฟในป่าลึกได้เก้งมาสองตัว เราก็แทบไม่ได้นอนเพื่อมาตามรอยเสือสมิงตัวนี้ทั้งวัน แต่ก็คว้าน้ำเหลวครับ
จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่อง
"เสือนับเลข" กับความเจ้าเล่ห์ และ การเข้าโจมตีที่เชี่ยวชาญของมัน จบแล้วครับ
