จับแก๊งล่าเลียงผาใน อช.แก่งกระจาน ได้พร้อมของกลางซากเลียงผาชำแหละเนื้อเตรียมขายโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2555 10:41 น




เพชรบุรี - เจ้าหน้าพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จับแก๊งล่าเลียงผาใน อช.แก่งกระจาน ได้พร้อมของกลางซากเลียงผาที่ชำแหละเนื้อเตรียมขาย ผู้ต้องหาสารภาพ
เมื่อเวลา 01.00 น.ของวันนี้ (18 ก.ย.) เจ้าหน้าพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นำโดยนายสุริน ท้วมทรัพย์ พนักงานพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หัวหน้าหน่วย กจ.ที่ 6 เขาม้าเร็ว นำตัวนายอร่าม เคว้งกลาง อายุ 60 ปี 16 หมู่ 9 ต.โตนด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายฉลอง เจียวเลี่ยน อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201 หมู่ 3 ต.วังจันทร์ และนายโปร่ง ศรีครอบ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 158 หมู่ 10 ต.วังไคร้ 3 ผู้ต้องหาร่วมกันลักลอบขนซากสัตว์ป่าสงวน เป็นเลียงผาเพศผู้อายุประมาณ 6-7 ปี จำนวน 1 ตัวที่ทำการชำแหละแยกเป็นชิ้นส่วนซุกซ่อนอยู่ในแค๊ปของรถยนต์กระยี่ห้ออีซูซุ ตอนครึ่งสีเขียว หมายเลขทะเบียน บฉ. 7008 เพชรบุรี มาแถลงข่าวบริเวณหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังจับกุมได้ขณะทั้งหมดกำลังลักลอบขนย้ายเลียงผาออกมาจากบ้านโป่งแดง ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
โดยสามารถตรวจค้นได้ขณะเรียกจอดตรงด่านตรวจพิทักษ์เขามะเร็ว โดยพบซากของเลียงผาซุกซ่อนอยู่แคปรถกระบะ นอกจากนี้ยังพบพริกแกงเผ็ด เกลือ และมีด วางอยู่ในรถกระบะคันดักล่าวด้วยจึงได้ควบคุมตัวทั้ง 3 พร้อมของกลางเพื่อมาทำการสอบสวน
จากการสอบถามนายฉลอง ให้การว่าตนรับของดังกล่าวได้มาจากชาวกระหร่างในพื้นที่บ้านโป่งลึกเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วานนี้ (17 ก.ย.) โดยชาวกระหร่างเอามาให้ที่บ้าน ซึ่งตนจะนำเนื้อเลียงผาไปขายแล้วเอาเงินที่ได้มาแบ่งกันและอีกส่วนหนึ่งจะเอามารับประทาน โดยได้ชักชวนนายโปร่งกับนาย และนายอร่าม ให้นำรถขึ้นมารับเพื่อที่จะนำซากเลียงผาไปขายในพื้นที่ อ.ท่ายาง โดยอาศัยช่วงเวลากลางดึกในการนำเนื้อเลียงผาลงมาแต่ก็มาถูกตรวจต้นและถูกจับกุมในที่สุด โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกและแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักลอบขนซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับเลียงผา เป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 สถานภาพปัจจุบันใกล้สูญพันธุ์แล้ว โดยที่อุทยานแห่งชาตอแก่งกระจานยังสามารถพบเห็นเลียงผาได้แต่มีไม่มากนัก
ที่มา
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000114759