๑.หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาเฮาเอง (ไปขอแบบฟอร์มมาจากอำเภอหรือหว่าสั่นกะพิมพ์เอง คันสิเอาสิส่งไปให้ เอาบ่อ้าย)
... ผมขออยู่ต้นสังกัด ... กทม. ...
๒.ไปเขียนใบ ป.๑ (ขออนุญาติซื้ออาวุธปืนจากร้านจำหน่าย/ขอรับโอนอาวุธปืน
... ได่เขียนอยู่ ...
๓.ให้ปากคำกับปลัดอำเภอในแบบ ปค.๑๔
... บ่ได่ไห่เลย ... ราวแหนมหน้าผม ... แล้วถามว่า ... โตมาเฮ็ดอีหยัง ...
... ผมบอกว่า ... มาโอนปืน ...
... ราวถามต่อว่า ... ปืนอีหยัง ...
... ผมบอกว่า ... 11 ...
... ราวว่า ... นายสิเซ็นบ่ละหำน้อย ...
... ผมบอกว่า ... เซ็นไห่ผมสาครับ ... ผมซื้อเขามาแล้ว ...
... ราวกะเลยว่า ... เอา ๆ ... เฮาสิลองเบิ่งเด้อ ...
... 3 อาทิด ... ราวกะโทรมาบอกไห่ไปเอา ป. 3 ...
๔.เข้าห้องนายอำเภอเซ็นอนุญาตในใบ ป.๑
... บ่ได่เข้า ...
๕.เจ้าหน้าที่(เสมียน)เขียนใบ ป.๓ (คันซื้อใหม่บ่ต้องมีหยัง คันโอนต้องเอาสำเนาใบ ป.๔ บัตร ทะเบียนบ้าน ปืน เจ้าของปืนไปนำหรือให้เจ้าของปืนเซ็นสลักหลังคันบ่เขาบ่ไปนำ)
... ได่เฮ็ดอยู่ ... โอนปืน ...
๖.เฮากะลงนามในแบบใบ ป.๓ ทั้งสามท่อน เสียเงิน ๖ บาท (ใบ ป.๓ ออกกะเอาไปซื้อปืนใหม่ คันโอนบ่ต้องเพราะมันเรียนร้อยแล้ว)
... บ่ได่เสีย ... มื้อนั้น ... ผมมีแต่ใบใหญ่ ๆ ... เสมียนกะเลยออกไห่ ...
๗.เอาปืนใหม่ไปอำเภอ ออกใบ ป.๔
... เอาปืนไปตรวจ ...
๘.รอแบบ ป.๔ ประมาณ ๑ อาทิตย์ เสียเงิน ๕๐๐ บาท
... คือกัน ...
๙.หาเงินซื้อกระสุน แบกลงโท่ง ยิงไส่โพน อย่าลืมเอ้นผมเด้อครับ
... คือกัน ...
