มาแล้ว!!! วิวาทะของ ปีละหน คนกันเอง

ปีละหน คนกันเอง จะว่าไปเป็นมรดกวาทะของ อดีตนายกฯเหลี่ยมแม๊ว ที่ตั้งให้ อ.ธีรยุทธ บุญมี
ซึ่งในแต่ละปีจะมาพร้อมเสื้อกั๊กตัวเก่ง นั่งโต๊ะแถลงวิพากษ์รัฐบาลอย่างเป็นเรื่องเป็นราว...
แล้วก็ถึงคราว...รัฐบาล หมูหมัก ของลุงหมัก หมูกหมู ที่ทำงานมาหกเดือน ผลงานยังไม่ปรากฎ
เป็นรูปธรรม นอกจากมุ่งมั่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ กับ ปะทะคารมกับสื่อรายวัน...
อ.ธีรยุทธ ให้ฉายารัฐบาลลุงหมักเป็นเหมือนรัฐบาลกุมารทอง หรือ รัฐบาลลูกกรอก 1 เพราะเป็น
รัฐบาลที่มีคนปลุกเสก จากคนที่หมดอายุทางการเมืองให้กลับมามีอิทธิฤทธิ์ ...หัวหน้าคณะ
รัฐบาลลูกกรอกมี 2 ตน....
ตนที่ 1 เป็นกุมารทองคะนองฤทธิ์ มีพฤติกรรมเป็นกุมารทองคะนองปาก ซึ่งจะหมายถึงใครไปไม่ได้
นอกจาก ลุงหมัก หมูกหมู นั่นเอง
อีกตนหนึ่งเป็นกุมารทอง คะนองอำนาจ ซึ่งก็คงจะเป็นคนที่รักลูกไม่ถูกทางคนนั้นแหละ
ขณะเดี๋ยวกันก็มีผู้นำลูกกรอกอีก 2 ตน คือ รักเลี้ยบ ยมมิ่ง ไม่ต้องแปลว่าหมายถึงใคร!!!
อ.ธีรยุทธ ขยายความอิทธิฤทธิ์ของรัฐบาลลูกกรอกว่า มีฤทธิ์เดชแต่ด้อยคุณวุฒิและวัยวุฒิกว่า
จอมขมังเวทย์ ผู้เป็นเจ้าของทำให้มีตำแหน่งอำนาจแต่ปกครองไม่ได้
และด้วยอิทธิฤทธิ์นอมินี่ของจอมขมังเวทย์ จะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่วัฏจักรวิบัติ จากยุค คมช.
สู่ยุค ชคม. หรือ ยุคนักการเมืองชั่วครองเมือง ซึ่งหากเกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้งจะทำให้ประเทศ
เสียหายร้ายแรงแบบที่ไม่เคยเกิดมาก่อน
อืมมมม...น่าคิด น่าคิด
เพราะขณะนี้ได้เกิด 10 ปัจจัยความเสี่ยงที่เอื้อให้เกิดความรุนแรงสูงมาก คือ การมองปัญหาอย่าง
แยกส่วน // วัฒนธรรมไทยไม่เอื้อต่อการแก้วิกฤต ก่อให้เกิดวัฒนธรรมศรีตะแบงไช โดย นักการเมือง
เป็นหลวงศรีตะแบงไช มีผู้นำคือตะแบงชะเวตี้
กลไกการใช้เหตุผลใช้ไม่ได้ในปัจจุบัน // คนไม่ศัรทธาในกระบวนการแก้ปัญหาของรัฐสภา //
ข้าราชการร่วมซ้ำเติมปัญหา // ขาดความชัดเจนในข้อมูลข่าวสาร //ประชาชนหมดความอดทน
เบื่อหน่ายการเมือง และอ่อนไหวต่อสิ่งที่กระทบต่อความเชื่อและอุดมการณ์ // มีกระบวนการสร้าง
คนไทยให้กลายเป็นพวกอื่นคล้ายเหตุการณ์ 6 ตุลา และเกิดความต่างเชิงวัฒนธรรมระหว่างประชากร
ภาคต่างๆ
แต่ อ.ธีรยุทธ ก็ไม่ได้ด่าเปล่าๆ ตามสไตล์มักจะชี้ทางออกให้ทุกครั้งที่ออกมา แต่ก็ไม่ยักกะเห็นรัฐบาล
ชุดไหนนำทางออกของแกไปใช้
ทางออกของประเทศในขณะนี้ คือการสร้างประชาธิปไตยที่สมดุล ระหว่าง กลุ่มทุนเลือกตั้งผนวก
ชาวบ้านภายใต้อุดมการณ์ประชาธิปไตย กับ กลุ่มชนชั้นกลาง เทคโนแครต และชนชั้นนำภายใต้
อุดมการณ์ประชาธิปไตยที่มีการถ่วงดุล ตรวจสอบ โดยในทางปฏิบัติ รัฐบาลต้องทำหน้าที่ของตนเอง
ให้ดี ไม่รีบร้อนแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะจะนำประเทศไปสู่วิกฤตรอบสอง ขณะที่ คตส. และ ปปช. เร่งทำ
คดีอย่างเต็มที่ โดยเชื่อว่าการพิจารณาคดีของศาลอย่างเที่ยงตรง ยุติธรรมและรวดเร็วทันกาล จะ
คลี่คลายปัญหาต่างๆได้
นอกจากนี้ ควรสร้างบรรทัดฐานที่ดีในการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะในปัจจุบัน อำนาจแบ่งออกเป็น 4 ส่วน
คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และอำนาจตรวจสอบ จึงต้องเคารพหน้าที่และขอบเขตของกันและกัน...
...จบวาระ ปีละหน คนกันเอง สำหรับปีนี้...
จาก
http://www.oknation.net/blog/petpetpe/2008/05/01/entry-1