ระหว่างรถเราเดินทางส่องไฟเข้าดงทืบ รถเรามีท่านกับตันร่างยักษ์ขับทน มุดเข้ามุดออกตามซอยเส้นทางในดงทืบ มันก็มีงูเขียวหางไหม้ตัวนึงตกลงมาจากกอไม้ที่รถลงมุดลงไปครับ
ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่ามีงูหล่นลงมาในตอนหน้าของพื้นรถจิ๊บ เราก็ส่องไฟกันต่ออย่างขมักเขม้นครับ ทีนี้ไอ้งูเจ้ากรรมมันคงร้อนจากพื้นรถจิ๊บที่มีไออุ่นของอุณภูมิรถ
มันก็เอาัตัวพันเป็นเกลียวขึ้นมาตามคันเกียร์รถแล้วเอาหัวมาแปะที่หัวเกียร์ ระหว่างขับส่องแกก็เชนเกียร์ส่งเข้าออกตลอดคืน ลุงพาทีแกก็บ่นว่า"อะไรว่ะเปียกๆ"
พวกเราก็จอดเอาไฟส่องดู ทุกคนในรถ พอเห็นงูในรถก็เผ่นกันโดดหนีกันมาตั้งหลักทั้งคันครับ ปรากฎว่างูมันหัวบี้แบนแหลกเหลวเพราะการเชนเกียร์แบบไม่รู้ตัวในมือลุงพาที
เลือดแดงก่ำในอุ้งมือลุงพาทีจากหัวงูที่ตายสนิทบี้แบน เป็นที่ฮากันในคืนนั้น เดชะบุญที่แกไม่โดนคมเขี้ยวของมัน เรื่องราวก็มีเท่านี้ครับ กับความน่ารักของ "พรานถุย ชุมไพร"(พาที จันทร์ย้อย)
ผู้น่ารักท่านนี้ที่ขับทน หิวบ่อย ทำกับข้าวเก่งท่านนี้แหละครับ เล่าเองก็ยังคงรำลึกคิดถึงกับความน่ารักของแกจริงๆ จบตอนครับ
