และพรานทั้ง 2 ก็จับมือจับไม้กัน แสดงความยินดีกันตามธรรมเนียมพรานทั่วโลกครับ และทั้งคู่ก็เดินไต่เขาขึ้นไปตามพวก ลุงเชาว์ฯและคณะที่รออยู่บนรถ ตามมาทำเนื่้อกันครับ
กว่าจะจบกว่าจะขนลงมาสุดแสนสาหัส(ปาดพม่านะครับ เอาแค่ 8 ขาปาดทั้งหนังและ 2 หัว) ตีลงเขามาถึง กทม.บ้าน "จำนงภูมิเวท"(ซุ้มฯนางเลิ้ง) เป็นหลังแรกที่คณะแกเอามา
โชว์ครับ พอถึงหน้าบ้านก็ 5 โมงเย็น บีบแตรลั่นบ้าน เอามาอวดอาแป๊ดให้กัน!ครับ

ก็ดื่มกินกันอย่างมีความสุข แบ่งเนื้อช่างกิโลกันแจกจ่ายกันไปแทบไม่หวัดไม่ไหว และ ลุงนะฯก็เข้ามากอดเพื่อน น้ำตาลูกผู้ชายร่างยักษ์ไหลพรากๆ
แกกล่าวว่า"ขอบใจมาก ก๊ก ที่ช่วยชีวิตกันไว้" ลุงก๊กผู้สุขุม ตบหลังเพื่อนเบาๆกล่าวว่า"เพื่อนไม่ช่วยเพื่อน แล้วแกจะมีเพื่อนไว้ทำไม" (คุณแม่ผมเล่าให้ฟังว่าบรรยากาศวันนั้นเป็น
ไปด้วยความตื้นตันใจกับสหายพรานไพรทั้งสองครับ) และตามธรรมเนียมซุ้มฯนางเลิ้งใครเข้ามาอย่าหวังได้ออกง่ายๆ ฉลองกันถึงตี3 จนลุงเชาว์ฯกลับบ้านไม่ได้สลบอยู่บ้านผมอีกวัน

จบแล้วครับกับ เรื่องเล่าในราวไพรเรื่องแรก
"ยิงกระทิงที่คลองแจง" 