มันเป็นร่างเงาดำทะมึน เงียบและระทึกใจยิ่งนัก เดินย่องตรงรี่ไม่ม่หยุดมาที่พรานทั้ง 2 ที่อยู่บนห้าง อาแป๊ดจับเข้าศูนย์กล้อง carlzeiss ได้แกก็ลั่นไก 2 นัดพร้อมๆกัน
ตะปั้มม!!! ตะปั้ม!!!! ไม่ทันที่จะดูว่าตายไหม หักลำ ejecter ดับเบิ้ลกัน แคร็ง!!! ปลอกปลิวออกจากลำกล้อง คว้า twin 375 ที่ซองเสียบกระสุนกระเป๋าเสื้อยัดไปใหม่
สะพายปืนไว้กับหลัง ค่อยๆจับเชือกหย่อนตัวลงไปจากต้นไม้ วิ่งเข้าชารท์สัตว์ยักษ์ตัวเท่าภูเขาตัวนั้น ปล่อยไปอีก 1 ลำกล้อง ตะปั้ม!!! หมอบสนิท
ทหารเมืองขะแม งง กับอำนาจปืนพรานไทย ลูกซอง 410 อะไรว่ะ!! มันจะแรงขนาดนี้ วิ่งเข้ามาจับมือจับไม้ยินดี และทั้ง 2 ก็ทิ้งซากไว้
กลับแค้มป์ จนสว่าง พวกลุงชำนาญ ลุงสมพงษ์ ลุงชาลี ต่างก็ยิงกวางมากันอีกหลายตัว พวกเราเลยนัดกันว่าจะว่าจ้างชาวพื้นเมืองเขมร
เป็นผู้ขนเนื้อและหัว จนทีมงานรู้ว่าอาแป๊ดยิงกรูปรีได้ ต่างก็ไม่ยอม เนื้ออื่นทิ้งไว้ที่หลังได้ แต่ขอเข้าไปเอาเขาและซากเท่าที่จิ๊บเราจะขนโคไพรออกไปได้
เป็นที่ตกลงครับ จนนำกลับจากจันทบุรีมายันกทม. ท่าน ไวเซี๊ยะ(วิสิถ ลิ้มประสูตร) เป็นผู้ทำหัวให้ครับ ส่วนกวางร่วม 10 ตัวที่เหลือ เนื้อถูกย่างแห้งและส่งมาหลังจากนั้นอีกสัปดาห์
จบแล้วครับ กับเรื่องเล่าในราวไพร
"กรูปรีแห่งเทือกเขาพนมมาลัย" เป็นประสบการณ์จริงที่ไม่มีวันลืม สวัสดี
